อาณาจักรของพระเจ้า

วิธีที่เป็นราชอาณาจักรของพระเจ้า วันนี้ฉันหวังว่าที่ข้อความนี้คือคำที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคุณเพราะว่าข้อความนี้แสดงให้เห็นทิศทางของชีวิตฉันหวังว่าเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับความเชื่อหลังจากที่ได้ยิน นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำให้เลือดเช่นเดียวกับที่เลือดของมนุษย์ถึงแม้ว่าวิทยาศาสตร์พัฒนานักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถทำให้น้ำทะเลเช่นเดียวกับที่น้ำทะเลถึงแม้ว่าวิทยาศาสตร์พัฒนา คนอาจจะตายเมื่อถ่ายเลือดที่มนุษย์สร้างขึ้น,ปลาอาจจะตายเมื่อใส่ปลาในทะเลที่มนุษย์สร้างขึ้นวิทยาศาสตร์มีการจำกัดไว้คุณอาจจะมีความสุขเมื่อคุณพบกับพระเจ้าที่ทรงสร้างโลก คนคิดว่าไม่มีพระเจ้าเพราะว่าไม่สามารถเห็นได้แต่เราจะรู้ว่ามีการแพร่กระจายในโทรทัศน์ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถเห็นการแพร่กระจายได้เราจะรู้ว่ามีแสงในสเปกตรัมถึงแม้ว่าเราไม่สามารถเห็นแสงได้ เรายังสามารถตระหนักถึงการดำรงอยู่ของพระเจ้าได้ เมื่อเราได้พบกับความลึกลับและความตายของร่างกายมนุษย์คุณจะพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์เมื่อคุณอ่านบทความนี้ ผมอยากจะแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับราชอาณาจักรของพระเจ้าดังนี้,เหตุการณ์ในอาณาจักรของพระเจ้า,เรื่องราวของการสร้างสรรค์,อาณาจักรของพระเจ้าและโลกนี้, พระเจ้ามนุษย์และซาตาน,บาปและความรอด,วิวรณ์ของพระคริสต์,การล้างบาปและการเกิดใหม่,การคืนพระชนม์และการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์,การสิ้นสุดของโลกและการพิพากษาของพระเจ้า. (เหตุการณ์ในอาณาจักรของพระเจ้า) พระคัมภีร์กล่าวว่าและเหล่าทูตสวรรค์ที่ไม่ได้รักษาเทวสภาพของตนแต่ได้ละทิ้งถิ่นฐานของตนนั้นพระองค์ก็ได้ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่ตรวนอันเป็นนิรันดร์ขังไว้ในที่มืดจนกว่าจะถึงการพิพากษาในวันสำคัญยิ่งนั้น(ยูดาส1:6) และปีเตอร์พูดว่าจงมาหาพระองค์เหมือนมาถึงศิลาอันมีชีวิตอยู่ซึ่งมนุษย์ได้ปฏิเสธไม่ยอมรับแล้วแต่ว่าพระเจ้าทรงเลือกไว้ และทรงค่าอันประเสริฐ(1 เปโตร 2:4) ในหนังสือพันธสัญญาเดิมของอิสยาห์เจ้าคิดในใจของเจ้าว่า‘ข้าจะขึ้นไปยังสวรรค์ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้าณเหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้าข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถานณด้านทิศเหนือข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด’โอลูซีเฟอร์เอ๋ยโอรสแห่งรุ่งอรุณเจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิเจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอเจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ(อิสยาห์ 14:12-14) ลูซีเฟอร์(ภาษากรีก,หมายถึงเทวทูต)ต้องการเป็นเหมือนพระเจ้าลูซีเฟอร์ล่อลวงทูตสวรรค์คนอื่นๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นใน สวนเอเดนที่เป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรของพระเจ้า แต่ผลของต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ท่ามกลางสวนพระเจ้าตรัสว่า‘พวกเจ้าอย่ากินมันหรือแตะต้องมันเกรงว่าพวกเจ้าจะตาย’”และงูจึงกล่าวแก่หญิงนั้นว่า“พวกเจ้าจะไม่ตายแน่เพราะว่าพระเจ้าทรงทราบว่าพวกเจ้ากินผลไม้นั้นวันใดตาของพวกเจ้าจะสว่างขึ้นวันนั้นและพวกเจ้าจะเป็นเหมือนพระเจ้าที่รู้ดีรู้ชั่ว”และเมื่อหญิงนั้นเห็นว่าต้นไม้นั้นเหมาะสำหรับเป็นอาหารและมันงามน่าดูและต้นไม้ต้นนั้นเป็นที่น่าปรารถนาเพื่อให้เกิดปัญญาหญิงจึงเก็บผลไม้นั้นและได้กิน และส่งให้สามีของนางด้วยและเขาได้กิน(ปฐมกาล3:4-6)และพระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่หญิงนั้นว่า“เจ้าทำอะไรลงไป”และหญิงนั้นทูลว่า“งูล่อลวงข้าพระองค์และข้าพระองค์จึงได้รับประทาน”(ปฐมกาล3:12)เหตุการณ์ในสวนเอเดนอธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆในอาณาจักรของพระเจ้า (เรื่องราวของการสร้างสรรค์) กรณีที่มีคนขับไล่ออกจากสวนเอเดนและกรณีของเทวดาชั่วร้ายที่ถูกไล่ออกจากอาณาจักรของพระเจ้า,ฉันสงสัยว่าสองกรณีมีความสัมพันธ์ใดๆมนุษย์ประกอบด้วยร่างกาย,หัวใจและวิญญาณ,หลายคนคิดว่าพระวิญญาณเป็นหัวใจแต่วิญญาณและหัวใจถูกแยกออกจากกัน,วิญญาณถูกสร้างขึ้นมาจากพระเจ้า, หัวใจมาจากเนื้อหนัง. มีสามทฤษฎีเกี่ยวกับวิญญาณ เป็นครั้งแรก,วิญญาณคือวิญญาณของทูตสวรรค์ในอาณาจักรของพระเจ้า,เสื้อผ้าของทูตสวรรค์ถูกถอดออกเนื่องจากทูตสวรรค์ทำบาปในอาณาจักรของพระเจ้า.วิญญาณที่เปลือยเปล่าถูกขังอยู่ในเนื้อหนัง,เหตุฉะนั้นทุกคนจึงเป็นคนบาปต่อพระเจ้า ประการที่สองวิญญาณได้รับมาจากพ่อแม่ถ้าวิญญาณได้รับมาจากพ่อแม่บาปบาปก็ถูกกรรมพันธุ์พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าและไม่มีบาปถ้าวิญญาณถูกกรรมพันธุ์,บาปของมารดาของพระเยซูก็ถูกกรรมพันธุ์ประการที่สองมีข้อขัดแย้งในส่วนนี้ ที่สามพระเจ้าทรงสร้างพระวิญญาณเมื่อร่างกายมนุษย์เกิดขึ้นวิญญาณที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นบริสุทธิ์แต่มนุษย์เป็นคนบาปตั้งแต่แรกเกิดวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในเนื้อหนังแต่วิญญาณบริสุทธิ์สกปรกเพราะร่างกาย ทฤษฎีตัวแรกจากสามทฤษฎีน่าเชื่อต่อต้านบาปวิญญาณของมนุษย์เป็นวิญญาณบาปของเทวดาแต่คริสตจักรส่วนใหญ่ไม่ยอมรับทฤษฎีนี้คริสตจักรส่วนใหญ่เชื่อในการสร้างวิญญาณ,เชื่อในทฤษฎีบาปดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ทฤษฎีที่สองไม่ถูกต้อง, วิญญาณที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นบริสุทธิ์มนุษย์เป็นคนบาปตั้งแต่แรกเกิดมนุษย์สามารถอ้างว่าตนไม่ได้ทำบาปเอง พระเจ้าทรงสร้างวิญญาณมนุษย์และใส่วิญญาณในเนื้อแม้ว่าพระเจ้ารู้วิญญาณบริสุทธิ์ในร่างกายจะกลายเป็นคนบาปอย่างไรก็ตามคริสตจักรจำนวนมากปฏิเสธทฤษฎีแรกพวกเขาโต้แย้งว่าเหตุการณ์ในราชอาณาจักรของพระเจ้าและสวนเอเดนต่างกัน ที่จะอธิบายเนื้อหาของทั้งสามทฤษฎีก็ไม่ง่ายถ้าคุณคิดว่ามนุษย์เป็นคนบาปทฤษฎีแรกจะสมเหตุสมผลมนุษย์ถูกคุมขังอยู่ในโลกและสวมเสื้อผ้าที่เรียกว่าเนื้อถ้าคนวิเคราะห์การสร้างสวรรค์และโลกตามทฤษฎีแรกจะมีความแตกต่างกันสวรรค์หมายถึงอาณาจักรของพระเจ้าและแผ่นดินโลกหมายถึงโลกแห่งวัตถุโลกวัสดุถูกสร้างขึ้นในสภาพแห่งความมืดเพราะพระเจ้าทรงกำบังแสงแห่งอาณาจักรของพระเจ้า ในเริ่มแรกนั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกและแผ่นดินโลกนั้นก็ปราศจากรูปร่างและว่างเปล่าอยู่และความมืดอยู่เหนือผิวน้ำและพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือผิวของน้ำนั้น(ปฐมกาล 1:1-2) โลกเป็นเหมือนคุกพระเจ้าทรงทำให้ร่างกายจำกัดวิญญาณแห่งความบาปมนุษย์เกิดในสถานที่เช่นความมืดแต่พระเจ้าทรงสร้างสวนเอเดนเพื่อฟื้นฟูอาณาจักรของพระเจ้าและให้คนย้ายไปสูสวนเอเดนจากโลกแต่มนุษย์ทำบาปเนื่องจากทดลองของซาตานในสวนเอเดน เหตุฉะนั้นพระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงส่งเขาออกไปจากสวนเอเดนเพื่อทำไร่ไถนาจากที่ดินที่เขากำเนิดมานั้น(ปฐมกาล3:23) มนุษย์ได้เข้าสู่โลกแห่งความมืดอีกครั้งกษัตริย์ของโลกคือซาตานซาตานบอกพระเยซูว่าซาตานทรงเป็นกษัตริย์แห่งโลกนี้ถึงการพิพากษานั้นคือเพราะผู้ครองโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว (ยอห์น 16:11) แล้วพญามารจึงนำพระองค์ขึ้นไปยังภูเขาที่สูงสำแดงบรรดาราชอาณาจักรทั่วพิภพในขณะเดียวให้พระองค์ทอดพระเนตรแล้วพญามารได้ทูลพระองค์ว่า“อำนาจทั้งสิ้นนี้และสง่าราศีของราชอาณาจักรนั้นเราจะยกให้แก่ท่านเพราะว่ามอบเป็นสิทธิ์ไว้แก่เราแล้วและเราปรารถนาจะให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น(ลูกา 4:5-6) โลกเต็มไปด้วยความบาป,ก่อนที่พระเยซูได้เสด็จมาในโลกนี้ก็โลกนี้เป็นสิ่งที่ซาตานโดดเด่นทุกคนถูกขังอยู่ในความมืดเพื่อเปิดตาคนที่ตาบอดเพื่อนำผู้ถูกจองจำออกมาจากคุกนำผู้ที่นั่งในความืดออกมาจากเรือนจำ(อิสยาห์42:7)พระเยซูทรงเป็นผู้ปลดปล่อยคนบาปออกจากคุก มนุษย์ติดอยู่ในความมืดดังนั้นไม่ทราบเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าหมายถึงตาบอดต่ออาณาจักรของพระเจ้าพวกเขาไม่รู้เรื่องอาณาจักรของพระเจ้าวิญญาณจึงตายพระเยซูเสด็จมาในโลกนี้เพื่อให้วิญญาณของคนที่เชื่อในพระองค์ชีวิต เหมือนมีเขียนไว้แล้วว่า‘ทรงสร้างมนุษย์คนเดิมคืออาดัมเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่’แต่อาดัมผู้ซึ่งมาภายหลังนั้นเป็นวิญญาณผู้ประสาทชีวิต(1โครินธ์ 15:45) เพราะว่าความตายได้อุบัติขึ้นเพราะมนุษย์คนหนึ่งเป็นเหตุฉันใดการเป็นขึ้นมาจากความตายก็ได้อุบัติขึ้นเพราะมนุษย์ผู้หนึ่งเป็นเหตุฉันนั้นเพราะว่าคนทั้งปวงต้องตายเกี่ยวเนื่องกับอาดัมฉันใด คนทั้งปวงก็จะกลับได้ชีวิตเกี่ยวเนื่องกับพระคริสต์ฉันนั้น (1โครินธ์ 15:21-22) วิญญาณตายจะเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผู้ที่เข้าในพระเยซูคริสต์แม้ว่าเนื้อในโลกนี้วิญญาณที่มีชีวิตจะถูกบันทึกไว้ในหนังสือของอาณาจักรของพระเจ้าถ้าวันหนึ่งร่างกายตาย,วิญญาณจะเสื้อผ้าของอาณาจักรของพระเจ้าเพราะเรารู้ว่าถ้าเรือนดินแห่งพลับพลาของเรานี้จะพังทำลายเสียเราก็ยังมีที่อาศัยซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทานให้ที่มิได้สร้างด้วยมือมนุษย์และตั้งอยู่เป็นนิตย์ในสวรรค์(2โครินธ์5:1) พระเยซูตรัสถึงสภาพวิญญาณเมื่อร่างกายมนุษย์ตายด้วยว่าเมื่อมนุษย์ฟื้นขึ้นมาจากความตายนั้นจะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากันอีกแต่จะเป็นเหมือนพวกทูตสวรรค์ของพระเจ้าในสวรรค์นั้น (มัทธิว 22:30) (อาณาจักรของพระเจ้าและโลกนี้) หลายคนคริสตจักรคิดว่าสวนเอเดนเป็นบ้านที่วิญญาณเกิดหลายคนคริสตจักรคิดว่าสวนเอเดนเป็นบ้านที่มนุษย์เกิดดังนั้นพวกเขากล่าวว่าต้องฟื้นฟูสวนเอเดน ต้องจำไว้ว่ามนุษย์เกิดมาในโลกนี้ม,นุษย์ไม่ได้เกิดในสวนเอเดนสวนสวรรค์เป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรของพระเจ้าพระคัมภีร์กล่าวว่าบ้านคืออาณาจักรของพระเจ้า 『บรรดาคนเหล่านี้ได้ตายไปในระหว่างที่เชื่ออยู่ยังไม่ได้รับผลตามพระสัญญาทั้งหลายนั้นแต่ได้แลเห็นพระสัญญาแต่ไกลก็เชื่อมั่นและต้อนรับพระสัญญาเหล่านั้นไว้และได้ยอมรับว่าเขาทั้งหลายเป็นคนต่างชาติและเป็นผู้สัญจรอยู่ในแผ่นดินโลกเพราะคนที่พูดอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าเขากำลังแสวงหาเมืองที่จะได้เป็นของเขาและแท้จริงถ้าเขาคิดถึงบ้านเมืองที่เขาจากมานั้นเขาก็คงจะมีโอกาสกลับไปได้แต่บัดนี้เขาปรารถนาที่จะอยู่ในเมืองที่ประเสริฐกว่านั้นคือเมืองสวรรค์เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงมิได้ทรงละอายเมื่อเขาเรียกพระองค์ว่าเป็นพระเจ้าของเขาเพราะพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมเมืองหนึ่งไว้สำหรับเขาแล้ว (ฮีบรู 11:13-16) พระคัมภีร์พูดถึงอาณาจักรของพระเจ้า 『เมื่อพวกฟาริสีทูลถามพระองค์ว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อไรพระองค์ตรัสตอบเขาว่า“อาณาจักรของพระเจ้าไม่มาโดยให้เป็นที่สังเกตได้และเขาจะไม่พูดว่า‘มาดูนี่’หรือ‘ไปดูโน่น’เพราะดูเถิดอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายในท่านทั้งหลาย”』(ลูกา 17:20-21) โดยทั่วไปคนมักจะเข้าใจอาณาจักรของพระเจ้าเป็นแนวคิดของโลกสามารถเข้าใจได้อาณาจักรของพระเจ้าโดยแนวคิด“ประเทศ”รัฐประกอบด้วยอธิปไตยอาณาเขตและประชาชน“อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายใน” “ภายใน”มีสองความหมายเป็นครั้งแรกอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในใจของมนุษ,หมายความว่าพระวิญญาณอยู่ หัวใจของคนที่เกิดใหม่อีกครั้งในพระคัมภีร์เดิมกล่าวว่าพระเจ้าอยู่ในที่บริสุทธิ์ที่สุดคนบาปไม่สามารถพบพระเจ้าได้,สามารถพบกับพระเจ้าผ่านเครื่องบูชาและปุโรหิตได้โดยทางอ้อมผู้ที่สหพันธ์กับพระเยซูสามารถพบกับพระเจ้าได้เพราะพระเยซูเป็นข้อเสนอเสียสละและปุโรหิต ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน(1โครินธ์ 3:16) พระวิญญาณบริสุทธิ์ใน1โครินธ์คือพระวิญญาณแห่งความรอดวิสุทธิชนเป็นชนชาติของพระเจ้าเมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าจะมาถึงวิสุทธิชนมนุษย์จึงกลายเป็นอาณาจักรของพระเจ้าดังนั้นวิสุทธิชนสามารถบูชาตัวเองได้ 『บรรพบุรุษของพวกเรานมัสการที่ภูเขานี้แต่พวกท่านว่าสถานที่ที่ควรนมัสการนั้นคือกรุงเยรูซาเล็ม”พระเยซูตรัสกับนางว่า“หญิงเอ๋ยเชื่อเราเถิดจะมีเวลาหนึ่งที่พวกเจ้าจะมิได้ไหว้นมัสการพระบิดาเฉพาะที่ภูเขานี้หรือที่กรุงเยรูซาเล็มซึ่งพวกเจ้านมัสการนั้นเจ้าไม่รู้จักซึ่งพวกเรานมัสการเรารู้จักเพราะความรอดนั้นเนื่องมาจากพวกยิวแต่เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้วและบัดนี้ก็ถึงแล้วคือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้อง จะนมัสการพระบิดาด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณและผู้ที่นมัสการพระองค์ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง”』 (ยอห์น 4:20-24) ที่สอง,อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในความสัมพันธ์ของผู้คน 『หากว่าพี่น้องของท่านผู้หนึ่งทำการละเมิดต่อท่านจงไปแจ้งความผิดบาปนั้นแก่เขาสองต่อสองเท่านั้นถ้าเขาฟังท่านท่านจะได้พี่น้องคืนมาแต่ถ้าเขาไม่ฟังท่านจงนำคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วยให้เป็นพยานสองสามปากเพื่อทุกคำจะเป็นหลักฐานได้ถ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านั้นจงไปแจ้งความต่อคริสตจักร แต่ถ้าเขายังไม่ฟังคริสตจักรอีกก็ให้ถือเสียว่า เขาเป็นเหมือนคนต่างชาติและคนเก็บภาษีเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าสิ่งใดซึ่งท่านจะผูกมัดในโลก ก็จะถูกผูกมัดในสวรรค์และสิ่งซึ่งท่านจะปล่อยในโลกก็จะถูกปล่อยในสวรรค์เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกันขอสิ่งหนึ่งสิงใดพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหน ๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”(มัทธิว 18:15-20) สองหรือสามคนในอาณาจักรของพระเจ้าสามารถมีอำนาจของพระเจ้าได้เมื่อสถิตในสวรรค์พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาในหัวใจของมนุษย์คือพระวิญญาณแห่งความรอดแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่มากับสองหรือสามคนแสดงถึงพลังของพระเจ้าอำนาจเหมือนการตัดสินในช่วงเวลาของการพิจารณาคดี ข้อที่สามเป็นอาณาเขตของอาณาจักรของพระเจ้า พระเจ้าอนุญาตให้ซาตานปกครองแผ่นดินนี้สำหรับช่วงระยะเวลาหนึ่งดูเถิดเขาร้องตะโกนว่า“พระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าเราเกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์เล่า พระองค์มาที่นี่เพื่อจะทรมานพวกเราก่อนเวลาหรือ” (มัทธิว8:29) “ก่อนเวลาหรือ”ถึงเวลาที่การครอบงำซาตานสิ้นสุดลงแล้วอำนาจของซาตานถูกจำกัดไปทั่วโลกจากอากาศ.อากาศเป็นโลกฝ่ายวิญญาณของปีศาจเพราะพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิดแต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเลเพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย”(วิวรณ์12:12) คนในศาสนจักรกล่าวว่าซาตานได้ยึดครองดินแดนนี้จากคนเพราะมนุษย์ทำบาปในสวนเอเดน,ไม่ความจริงพระเจ้าอนุญาตให้ซาตานครองโลกจนกว่าคำตัดสินของพระองค์“แล้วพญามารได้ทูลพระองค์ว่า“อำนาจทั้งสิ้นนี้และสง่าราศีของราชอาณาจักรนั้นเราจะยกให้แก่ท่านเพราะว่ามอบเป็นสิทธิ์ไว้แก่เราแล้วและเราปรารถนาจะให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่ผู้นั้น”(ลูกา 4:6) กษัตริย์แห่งโลกนี้คือซาตานเกี่ยวกับคนที่ไม่เชื่อในพระเยซู“อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลกถ้าผู้ใดรักโลกความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น”(1ยอห์น2:15)สิ่งที่พระเจ้าต้องการคือการฟื้นฟูแผ่นดินนี้กลับไปที่สวนเอเดนคำพูดของจอห์นเป็นพระวจนะที่มนุษย์ต้องการกลับใจและกลับไปหาพระเจ้าเช่นเดียวกับการกลับใจของโยบพระเจ้าต้องการที่จะฟื้นฟูสวนแห่งเอเดนด้วยการกลับใจการกลับใจคือหมายความที่บาปตายเกี่ยวกับชั่วร้ายที่เสื่อมเสียพระวจนะของพระเจ้าความชั่วร้ายคือหัวใจของฉันคุณไม่สามารถได้รับการอภัยบาปถ้าความชั่วร้ายไม่ตายความชั่วต้องตายบนไม้กางเขนกับพระเยซู พระเจ้ากู้คืนภาพของพระเจ้าในมนุษย์ถ้าคุณกลับใจพระเยซูทรงซื้อคนรับใช้ที่กลับใจจากบาปจากซาตานดังนั้นเจ้าของฉันเปลี่ยนแปลงพระเยซูจากซาตานซาตานขัดขวางเรื่องนี้“ท่านทั้งหลายจงเป็นคนใจหนักแน่นจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือพญามารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงโตคำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”(1เปโตร 5:8) ภาพของพระเจ้าเป็นวิญญาณสถานที่ที่วิญญาณได้เกิดขึ้นคืออาณาจักรของพระเจ้าถ้าวิญญาณมีชีวิตอยู่ในร่างกายมนุษย์, วิญญาณเป็นอาณาจักรของพระเจ้า คริสตจักรไม่ได้อยู่ในสถานที่แต่อยู่ในวิญญาณของพระเจ้าคริสตจักรเป็นเซนต์สที่มีวิญญาณอยู่,เซนต์สมารวมกันในสถานที่โดยเฉพาะสถานที่พิเศษคือที่ซึ่งมีคนน้อยรวมตัวกันอาณาจักรของพระเจ้าสามารถมาได้แม้เราอยู่คนเดียว,บ้านหรือโรงเรียนหรือบริษัทอาจเป็นคริสตจักรพระเจ้าอยู่ในที่ที่มีการนมัสการ.การนมัสการเกิดขึ้นเมื่อพระวจนะของพระเจ้าประกาศขึ้น.ดังนั้นเมื่อคุณอ่านพระวจนะของพระเจ้าคุณจะตระหนักว่าผมเป็นคนบาปและรู้จักพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่เห็นอาณาจักรของพระเจ้าหลายคนจะได้เห็นและร้องไห้เมื่อพระเยซูกลับมาสู่โลกนี้อีกเพราะอาณาจักรของพระเจ้าเป็นโลกแห่งวิญญาณ. วิญญาณของคุณสามารถไปยังอาณาจักรของพระเจ้าเมื่อวิญญาณฟื้นขึ้นได้.คุณต้องปฏิเสธจิตใจของคุณจากเนื้อหนังต่อหน้าพระวจนะของพระเจ้าเพราะจิตใจของร่างกายฆ่าวิญญาณ.จิตใจของร่างกายเป็นความโลภ.ความโลภฆ่าจิตวิญญาณคุณต้องคิดว่าฉันเป็นผู้โลภ (พระเจ้ามนุษย์และซาตาน) (พระเจ้า)โดยทั่วไปผู้คนเรียกพระเจ้าผ่านรูปแบบภาษาของพวกเขาเมื่อพูดถึงพระเจ้าในภาษาฮีบรูเรียกว่าพระเจ้าเอล(el),ในภาษาอังกฤษเรียกว่าเอลพระเจ้ากัด(God),ในภาษาสเปนเรียกว่าพระเจ้าดีออ(Dios),ในภาษาจีนเรียกว่าพระเจ้าเทียนที(Tienti),ในภาษาอิสลามเรียกว่าพระเจ้าอัลเลาะห์(Allah),ในภาษาเกาหลีใต้เรียกว่าพระเจ้าหานานีม(Hananim)พระเจ้าทรงเปิดเผยชื่อของเขาแก่มนุษย์(โมเสส),โมเสสรอดพ้นคนของเขาจากอียิปต์.ในภาษาฮีบรูเรียกว่าพระเจ้าอาโดนาอี(Adonai:ภายหลังเปลี่ยนไปเป็นพระเยโฮวาห์),ในภาษาอังกฤษเรียกว่าพระเจ้าโรดะ(Lord),ในภาษาสเปนเรียกว่าพระเจ้าโดมีนอส(Dominus),ในภาษาจีนเรียกว่าพระเจ้าเอ่นหาวา(Yenheowa),ในภาษาเกาหลีใต้เรียกว่าพระเจ้ายะโฮวา (Jehovah) หลังจากที่คริสต์ศักราช,พระเยโฮวาห์ที่ชาวยิวที่ยูดายเรียแตกต่างกันพระเยโฮวาห์ที่โดยคริสเตียนเรียก,ยูดายคืออายุพันธสัญญาเดิมแต่อายุของพระคัมภีร์ใหม่เชื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งพระเยซูเรียกพระบิดามันเกี่ยวข้องกับตรีเอกานุภาพ. (ตรีเอกานุภาพ)พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งแต่มีสามร่างกายเป็นส่วนหนึ่งแต่หัวมือและเส้นประสาทต่างกันพระเจ้าสามองค์คือพระเจ้าสถิตอยู่บนที่นั่งของกษัตริย์(ศีรษะ)พระเจ้าทรงสร้าง(มือ)พระเจ้าทำงาน(เส้นประสาท)พระเจ้าทรงเป็นสามแต่เป็นพระเจ้าองค์เดียวมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ก็เป็นความจริง 『ทูตสวรรค์หลายทำบาปในอาณาจักรของพระเจ้าได้ต่อพระเจ้าพระเจ้าโยนลงทูตสวรรค์หลายในหลุมดำและเหล่าทูตสวรรค์ที่ไม่ได้รักษาเทวสภาพของตนแต่ได้ละทิ้งถิ่นฐานของตนนั้นพระองค์ก็ได้ทรงจองจำไว้ด้วยโซ่ตรวนอันเป็นนิรันดร์ขังไว้ในที่มืดจนกว่าจะถึงการพิพากษาในวันสำคัญยิ่งนั้น』(ยูดาส 1:6) โลกนี้เป็นเรือนจำแต่คนในโลกนี้กระทำบาปอย่างไม่รู้จบเพราะฉะนั้นพระเจ้าผู้สร้าง(พระยาห์เวห์)เข้ามาในโลกนี้ในเนื้อหนังมนุษย์เขามาเพื่อจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยมนุษย์พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้สร้างในอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้พระองค์เสด็จมาเป็นพระบุตรของพระเจ้าดังนั้นพระเยซูคริสต์ที่บังเกิดในโลกนี้จึงเรียกพระบิดาผู้ประทับบนพระที่นั่งวันนี้มนุษย์ได้รับศีลล้างบาปในนามของพระบิดาพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์และได้รับการช่วยให้รอด (มนุษย์)มนุษย์สร้างขึ้นจากเนื้อ,วิญญาณและจิตใจดังนั้นพวกเขาจึงถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทประการ.แรก,คือคนที่เนื้อหนัง,คนที่เนื้อหนังคือคนที่จิตใจไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ตัวอย่างเช่นติดยาเสพติดและผู้ติดสุรา ที่สองคือคนที่จิตใจ,วิญญาณที่พระเจ้าใส่ไว้ตายแล้วจิตใจกลายเป็นเจ้านายของมนุษย์จิตใจหมายถึงความรู้และอารมณ์ความเต็มใจที่จะกระทำจิตใจถูกสร้างขึ้นในเนื้อหนังจิตใจมีความสามารถในการควบคุมตนเองด้านจริยธรรมแต่ข้าไม่ทราบเรื่องอาณาจักรของพระเจ้าเพราะวิญญาณตายจิตใจไม่ทราบว่าวิญญาณถูกขังอยู่ในเนื้อหนัง ที่สามคือคนที่วิญญาณคุณต้องปฏิเสธจิตใจของคุณเพื่อช่วยชีวิตวิญญาณตัวอย่างเช่นพระคัมภีร์บอกว่าอย่ารักเงิน” โดยนัยเงินเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตคุณไม่ควรมีความโลภเงิน,จิตใจไม่สามารถยอมรับได้แต่วิญญาณสามารถยอมรับได้เพราะฉะนั้น ต้องปฏิเสธจิตใจ ทำไมพระเจ้าตรัสปฏิเสธจิตใจ?เพราะจิตใจเป็นใจที่อยากเป็นเหมือนพระเจ้าความโลภนี้ฝังลึกอยู่ในความคิดความโลภนี้เป็นไอดอล,วิญญาณสามารถมีชีวิตอยู่ได้เมื่อความโลภนี้ตาย (ซาตาน)ซาตานเป็นเหมือนปีศาจซาตานเป็นคนหลอกลวงซาตานเข้าสู่ความคิดของมนุษย์ซาตานทำให้คนภาคภูมิใจและบาปสาเหตุของความบาปของมนุษย์ทั้งหมดมาจากซาตานนั่นคือเหตุผลที่เราต้องต่อสู้ซาตานจนกว่าเราจะตายในโลกนี้ ทำไมพระเจ้าอนุญาตให้ซาตานครองโลกนี้? โลกนี้เหมือนคุกที่คนบาปเข้ามาพระเจ้าอนุญาตให้ซาตานเป็นกษัตริย์ในช่วงระยะเวลาที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อนั้นพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนหลังจากระยะเวลาที่กำหนดไว้คนของพระเจ้าสามารถโจมตีซาตานและมารได้และในตอนท้ายของโลกพระเจ้าจะทรงตัดสินซาตานปีศาจและคนที่ซื่อสัตย์ต่อซาตาน 『พระเยซูตรัสตอบว่า“อาณาจักรของเรามิได้เป็นของโลกนี้ถ้าอาณาจักรของเรามาจากโลกนี้คนของเราก็จะได้ต่อสู้ไม่ให้เราตกในเงื้อมมือของพวกยิวแต่บัดนี้อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้”』(ยอห์น 18:36) อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลกถ้าผู้ใดรักโลกความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้นเพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตาและความเย่อหยิ่งในชีวิตไม่ได้เกิดจากพระบิดาแต่เกิดจากโลกและโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไปแต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าก็ดำรงอยู่เป็นนิตย์ (ยอห์น1 2:15-17) คุณไม่ควรรักโลกนี้เพราะโลกนี้เหมือนคุกโลกนี้ล้อมรอบไปด้วยความมืดเหมือนคุกคนของพระเจ้าสามารถออกมาจากความมืดนี้ได้ (บาปและความรอด) บาปกล่าวถึงบาปดั้งเดิมและบาปของโลกบาปดั้งเดิมคือสาเหตุของการดำรงอยู่ของมนุษย์ในโลกนี้มันเป็นความโลภที่สกปรกที่ต้องการจะเป็นเหมือนพระเจ้าในอาณาจักรของพระเจ้าบาปของโลกคือบาปที่เกิดขึ้นในโลกนี้ คนบาปไม่สามารถกลับสู่อาณาจักรเดิมของพระเจ้าได้โดยไม่ต้องกลับใจพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรมการกลับใจหมายถึงการเปลี่ยนความคิดผิดหัวใจแห่งความโลภที่อยากเป็นเหมือนพระเจ้าต้องตายบนไม้กางเขนกับพระเยซูเพราะเขาตายเพราะฉัน เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และการทำบาปเป็นเพราะซาตานเป็นนายดังนั้นเราต้องหนีจากซาตานเพื่อหนีความบาปวิธีหนีจากซาตานคือการเข้าสู่กางเขนของพระเยซูคริสต์ฉันเชื่อว่าพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของฉันแล้วก็ฉันต้องตายด้วยพระเยซูบนไม้กางเขนถ้าคุณตายพร้อมกับพระเยซูคุณจะได้รับการปลดปล่อยจากซาตานเป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์และจะรอด ชาวอิสราเอลในอดีตฆ่าลูกแกะเพื่อให้อภัยบาปจากพระเจ้าเขาเอาเลือดแกะไปยังแท่นบูชาในสถานบริสุทธิ์แกะเป็นคนฆ่าแกะคนที่ฆ่าแกะที่ตายแล้วและแกะต้องเป็นเหมือนบาปหลังจากนั้นได้รับการอภัยจากพระเจ้าดังนั้นพระเยซูคริสต์และฉันต้องร่วมกันบนไม้กางเขนนี่คือการเปิดเผยของพระคริสต์ “ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามาให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเองและรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา”(มัทธิว 16:24) ความรอดคือการเปิดเผยของพระคริสต์ฉัน(จิตใจ)ตายบนไม้กางเขนกับพระเยซูฉัน(วิญญาณ)จะอยู่รอดพระวิญญาณเป็นผู้ให้ชีวิตส่วนเนื้อหนังไม่มีประโยชน์อันใดถ้อยคำซึ่งเราได้กล่าวกับท่านทั้งหลายนั้นเป็นพระวิญญาณและเป็นชีวิต”(ยอห์น 6:63) (วิวรณ์ของพระคริสต์) วิวรณ์ของพระคริสต์เป็นการไถ่ถอนความตายบรรดาผู้ที่ได้รับการเปิดเผยของพระคริสต์สามารถเข้าใจมนุษย์เป็นคนตกต่ำได้ถ้าคุณไม่ทราบเรื่องนี้คุณไม่รู้จักการเปิดเผยของพระคริสต์มนุษย์ต้องตายต่อหน้าพระเจ้าฉันรู้ว่าพระเจ้าผู้สร้างได้มาเพื่อตายในโลกนี้เมื่อฉันตระหนักถึงเรื่องนี้ บรรดาผู้ที่ตระหนักถึงการเปิดเผยของพระคริสต์ต้องตายกับพระเยซูบนไม้กางเขนพระเจ้าไม่ทรงพิพากษาบาปของคนตายเราทั้งหลายรู้แล้วว่ามนุษย์เก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้วเพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไปเพื่อเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไปเพราะว่าผู้ที่ตายแล้วก็พ้นจากบาป”(โรม 6:6-7) พระเจ้าให้ชีวิตใหม่แก้คนที่ตายกับพระเยซูทั้งหมดที่ฉันสามารถทำได้คือการปฏิเสธตัวเองนี่เป็นความรอด” ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไรควรเราจะอยู่ในบาปต่อไปเพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลยพวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้(โรม6:12)ผู้ที่ตายเพราะบาปไม่ได้ทำบาปการสำนึกผิดคือการตายในบาปกับพระเยซู ถ้าเราไม่ตายเกี่ยวกับบาปบาป,แม้เราสารภาพบาปของเรา,เราก็ไม่สามารถยกโทษบาปจากพระเจ้าได้ถ้าคุณไม่กลับใจและปฏิเสธตัวเองไม่สามารถยกโทษบาปได้ คนที่ตายกับพระเยซูเกี่ยวกับความบาปตระหนักว่าความตายของพระเยซูคือการช่วยจิตวิญญาณของฉันแม้ว่าฉันเชื่อว่าพระเยซูไถ่บาปของฉันถ้าจิตของฉันไม่ตายก็วิญญาณจะไม่รอดไม่ใช่การกลับใจ ฉันได้ฆ่าแกะเพราะบาปของฉันฉันรู้ว่าแกะที่ฉันฆ่าคือพระคริสต์เพื่อช่วยชีวิตจิตใจของฉันฉันฆ่าเขาเพื่อไปสวรรค์ดังนั้นไม่มีทางเลยวิธีที่คุณสามารถแก้ไขได้คือการตายกับแกะที่ฉันฆ่าความเชื่อนี้เป็นความลับ (บัพติศมาและการเกิดใหม่) ได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในบัพติศมาซึ่งท่านได้เป็นขึ้นมากับพระองค์ด้วยโดยความเชื่อในการกระทำของพระเจ้า ผู้ได้ทรงบันดาลให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย(โคโลสี2:12)นี่เป็นสิ่งที่เกิดใหม่การมีชีวิตอยู่คือสิ่งที่พระเจ้าทำความตายของจิตใจคืองานของฉันสิ่งที่เราสามารถทำได้คือไปสู่พระเยซูที่สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน การตายของกางเขนไม่ใช่การฆ่าตัวตายจิตใจกำลังจะตายพระคัมภีร์แสดงออกว่าคนเก่า,คนเก่าต้องตายนี่คือการขลิบในพระองค์นั้นท่านได้รับเข้าสุหนัตซึ่งเป็นการเข้าสุหนัตที่มือมนุษย์มิได้กระทำโดยที่ท่านได้สละกายแห่งความบาปของเนื้อหนังเสียโดยการเข้าสุหนัตของพระคริสต์” (โคโลสี2:11)การขลิบมีความหมายที่การกำจัดเนื้อมันหมายถึงการตายของคนเก่า ร่างกายของทุกคนถูกล้อมด้วยความบาปคนเก่าล้อมรอบตัวเองบัพติศมาคือการกำจัดคนเก่าได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในบัพติศมาซึ่งท่านได้เป็นขึ้นมากับพระองค์ด้วยโดยความเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงบันดาลให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย”(โคโลสี2:12) ถ้าคุณไม่เข้าใจในเรื่องนี้ไม่ชนะมารเพราะคนเก่าเป็นความคิดของปีศาจพระเจ้าไม่ทรงให้อภัยคนเก่า,คนที่อยากจะเป็นเหมือนพระเจ้าก็คือคนเก่า,คนเก่าตายด้วยความปรารถนาถ้าคุณมีความปรารถนาเช่นนี้คุณจะไม่สามารถเข้าอาณาจักรของพระเจ้าได้คนเก่าเป็นผู้ชายที่รักโลกการเข้าไปในน้ำเมื่อบัพติศมาเป็นการฝังศพของคนเก่ากับพระคริสต์ คนเก่าของฉันต้องตายไปกับพระเยซูชีวิตใหม่มาจากสวรรค์พระวิญญาณทรงให้วิญญาณที่ตายฟื้นขึ้นถ้าพระเจ้าทรงบังเกิดใหม่ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์พระองค์ก็ทรงให้อภัยบาปการกลับใจคือการตายของคนเก่าการตายในพระวจนะของพระเจ้าหมายความว่าหยุดทำบาปและไม่ภาคภูมิใจและไม่รักเงินของโลก (การฟื้นคืนชีพและการขึ้นสวรรค์) คือว่าถ้าท่านจะยอมรับพระเยซูเจ้าด้วยปากของท่าน และจะเชื่อในใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตายท่านจะรอด(โรม10:9) ฉันจะได้รับความรอดเมื่อต้นแบบของฉันคือพระเยซู พระเยซูอยู่ในโลกเป็นระยะเวลาสี่สิบวันหลังจากฟื้นคืนพระชนม์และขึ้นสวรรค์พระเยซูตรัสหลายครั้งก่อนตาย”จะทรงฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้งภายในสามวัน” นักบวชผู้ฆ่าพระเยซูได้ตั้งยามขึ้นเพราะพวกสาวกจะขโมยศพระยะเวลาสี่สิบวันหลังจากฟื้นคืนพระเยซูไม่ได้แสดงร่างกายที่ฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์นอกจากสาวกของพระองค์บางคนในตอนแรกพวกสาวกไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์ ผู้หญิงไปที่หลุมฝังศพในยามเช้าในวันแรกหลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ผู้หญิงรู้ว่าร่างกายของพระเยซูได้หายตัวไปผ้าคนที่ตายเสื้อถูกซ้อนทับ,พวกเขาได้พบทูตสวรรค์และได้ยินข่าวที่น่าอัศจรรย์พระองค์ไม่อยู่ที่นี่แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้วจงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายเมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลีว่า‘บุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือของคนบาปและต้องถูกตรึงที่กางเขนและวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่”(ลูกา24:6-7) พวกสาวกได้ยินคำพูดของผู้หญิง แต่ไม่เชื่อ คริสตจักรในยุคปัจจุบันเชื่อหรือไม่ว่าพระเยซูฟื้นคืนพระชนม์ไม่ว่าจะเคยถูกล้างสมอง?จำได้มากเพราะได้ยินมากเกี่ยวกับการฟื้นคืนพระชนม์?พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์พระเยซูทรงอยู่ในวิญญาณของผู้ศรัทธาการฟื้นคืนพระชนม์เป็นข่าวที่น่าอัศจรรย์และบรรดาผู้ศรัทธาเชื่อแต่ไม่เห็นพลังแห่งการคืนพระชนม์ถ้าในขณะนี้คุณเชื่อในการคืนพระชนม์ผู้เชื่อต้องตระหนักว่าเขายังฟื้นคืนชีพ ร่างของบรรดาผู้ศรัทธาก็ตายด้วยกันเมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ผู้ที่เป็นของพระคริสต์ได้เอาเนื้อหนังกับความอยากและราคะตัณหาของเนื้อหนังตรึงไว้ที่กางเขนเสียแล้ว”(กาลาเทีย5:24)“พระเยซูตรัสกับเธอว่า“เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิตผู้ที่เชื่อในเรานั้นถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีกและผู้ใดที่มีชีวิตและเชื่อในเราจะไม่ตายเลย เจ้าเชื่ออย่างนี้ไหม”(ยอห์น11:25-26) “เพราะว่าท่านได้ตายแล้วและชีวิตของท่านซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า(โคโลสี3:3)และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระองค์ในพระเยซูคริสต์(เอเฟซัส2:6) บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายอยู่ในแผ่นดินพระคัมภีร์กล่าวว่า ทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระองค์พวกเขาได้รับอำนาจในการเป็นบุตรของพระเจ้าแต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์พระองค์ทรงประทานสิทธิอำนาจให้เขาเป็นบุตรของพระเจ้าคือคนทั้งหลายที่เชื่อในพระนามของพระองค์(ยอห์น 1:12) (คติและคำพิพากษาของพระเจ้า) คติมีการสิ้นสุดของคนคนหนึ่งและการสิ้นสุดของโลกการสิ้นสุดของบุคคลหนึ่งคือความตายผู้ที่มีชีวิตฟื้นคืนชีพจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าแต่ผู้ที่ไม่เชื่อจะนำไปสู่การคืนพระชนม์ของการพิพากษาและจะได้ออกมาคนทั้งหลายที่ได้ประพฤติดีก็ฟื้นขึ้นสู่ชีวิตและคนทั้งหลายที่ได้ประพฤติชั่วก็จะฟื้นขึ้นสู่การพิพากษา”(ยอห์น5:29) พระคัมภีร์พูดถึงความสิ้นสุดของโลก“ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง”(มัทธิว24:14)พระเยซูคริสต์เท็จหลายคนปรากฏตัวขึ้นในตอนท้ายของวัน,พวกเขาโกหกคนความเชื่อของผู้คนจำนวนมากหายไปจิตใจของผู้คนกลายเป็นความเสียหายทำลายระบบนิเวศตามธรรมชาติมันทำลายลำดับทางชีวภาพของมนุษย์จะมีมหากลียุคเช่นสงครามพระคัมภีร์ก็กล่าวว่าวันนั้นจะมาถึง ในเวลานั้นซาตานถูกคุมขังพระคริสต์กลับคืนสู่โลกนี้เขาจะปกครองโลกมานานนับพันปีพระคัมภีร์กล่าวว่านี่เป็นอาณาจักรแห่งหนึ่งพันปีพระคัมภีร์กล่าวว่านี่คือการฟื้นตัวของอิสราเอล(ไม่ได้หมายความว่าอิสราเอลที่ประเทศเอกราชในปีพ.ศ.2491) และหลังจากนับพันปีพระคริสต์จะปล่อยซาตานออกจากคุกเป็นเวลาสั้นๆซาตานจะทำให้มนุษย์เกิดความบาปอีกครั้งอาณาจักรพันปีกลายเป็นโลกที่ปราศจากความบาปเช่นเดียวกับในสวนเอเดนพระคัมภีร์ชี้ให้เห็นบาปได้เข้ามาในโลกนี้เพราะซาตานพระคัมภีร์บอกเราว่าซาตานเป็นสาเหตุของความบาปผ่านอาณาจักรพันปีพระเจ้าจะทรงตัดสินซาตานและวิญญาณชั่วร้ายและคนที่ติดตามซาตานพระเจ้าจะทรงพิพากษาเมื่อสิ้นโลกหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโลกวัสดุที่สร้างโดยพระเจ้าจะหายไปแต่ว่าท้องฟ้าอากาศและแผ่นดินโลกที่อยู่เดี๋ยวนี้พระองค์ทรงเก็บงำไว้โดยคำตรัสนั้นสำหรับให้ไฟเผาคือเก็บไว้จนถึงวันทรงพิพากษาและวันพินาศแห่งบรรดาคนอธรรม”(2 เปโตร 3:7) หลังจากนั้นพระคัมภีร์กล่าวว่าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่จะมาถึงฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่พูดถึงอาณาจักรของพระเจ้าไม่ใช่โลกแห่งวัสดุคอยท่าและเร่งที่จะให้วันของพระเจ้ามาถึงเมื่อไฟจะติดท้องฟ้าอากาศให้ละลายไปและโลกธาตุจะละลายไปด้วยไฟอันร้อนยิ่งแต่ว่าตามพระสัญญาของพระองค์นั้นเราจึงคอยท้องฟ้าอากาศใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ ที่ซึ่งความชอบธรรมจะดำรงอยู่”(2 เปโตร 3:12)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลังจากวิญญาณของคุณตายคุณจะฟื้นคืนชีพขึ้นสู่ร่างวิญญาณ

Five loaves and two fish

ประชาชนนี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา